‘ราฮีม สเตอร์ลิง’ชี้โค้ชผิวสี ควรได้โอกาสอย่างเท่าเทียม

ราฮีม สเตอร์ลิง ดาวเตะ “เรือใบสีฟ้า” ชี้ กุนซือผิวสีควรได้โอกาสในการรับงานคุมทีมอย่างเท่าเทียมกับคนอื่น ๆ ชูตัวอย่าง โซล แคมป์เบลล์ ที่เป็นยอดนักเตะแถมผ่านการอบรมโค้ช กลับได้คุมแต่ทีมเล็ก ๆ 

ราฮีม สเตอร์ลิง ปีกตัวเก่งของ แมนเชสเตอร์ ซิตี ยักษ์ใหญ่แห่งศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ แสดงความเห็นว่า หนึ่งในวิธีที่วงการฟุตบอลจะแสดงออกถึงความจริงใจในการต่อต้านการเหยียดผิวอย่างจริง ๆ จัง คือการให้โอกาสกับผู้จัดการทีมที่เป็นคนผิวสีให้มากขึ้น และทุกคนควรมีโอกาสได้รับงานอย่างเท่าเทียมกัน หลังประเด็นเรื่องการต่อต้านการเหยียดผิว กลายเป็นเรื่องที่ถูกพูดถึงในวงกว้างอีกครั้ง จากเหตุการณ์ที่ จอร์จ ฟลอยด์ ชายผิวสีถูกตำรวจผิวขาวใช้เข่ากดคอขณะจับกุมจากขาดอากาศหายใจและเสียชีวิต ที่เมืองมินนิอาโปลิส สหรัฐอเมริกา เมื่อ 25 พ.ค. ที่ผ่านมา จนเกิดการประท้วงต่อต้านการแบ่งแยกสีผิวไปทั่วโลก  
    
ดาวเตะ “เรือใบสีฟ้า” ยกตัวอย่างกรณีอดีตนักเตะทีมชาติอังกฤษรุ่นราวคราวเดียวกันอย่าง แฟรงค์ แลมพาร์ด ที่ได้คุม เชลซี รวมถึง สตีเวน เจอราร์ด ที่ได้เป็นกุนซือ กลาสโกว์ เรนเจอร์ส ขณะที่นักเตะผิวสีอย่าง โซล แคมป์เบลล์ ได้โอกาสรับงานกับ 2 ทีมในลีกล่างอย่าง แมคเคิลสฟิลด์ และ เซาธ์เอนด์ รวมถึง แอชลีย์ โคล ที่ได้โอกาสเป็นแค่โค้ชทีมยู 15 ของ “สิงห์สำอาง” เท่านั้น 
    
“ถ้าคุณลองดูบรรดาโค้ชในฟุตบอลระดับสโมสรทุกวันนี้ คุณมี สตีเวน เจอร์ราร์ด แฟรงค์ แลมพาร์ด โซล แคมป์เบลล์ รวมถึง แอชลีย์ โคล ทุกคนต่างเป็นสุดยอดนักเตะ และรับใช้ทีมชาติอังกฤษมาตลอด ทุกคนผ่านการอบรมเพื่อเป็นโค้ชในระดับสูงพร้อม ๆ กัน แต่ 2 คนที่ไม่ได้รับโอกาสคืออดีตนักเตะผิวสี 2 คน ความเปลี่ยนแปลงคือการที่พวกเราสามารถพูดกับผู้คนในสภา ผู้คนในระดับผู้บริหารของสโมสรของผม รวมถึงผู้บริหารในทีมชาติ การเปลี่ยนแปลงที่ควรจะเป็นคือการให้โอกาสอย่างเท่าเทียม ไม่ใช่เฉพาะเรื่องโค้ชผิวสี แต่รวมถึงทุกเรื่องด้วย” สเตอร์ลิง กล่าว